เครื่องผูกมัดร้อยรัด ล่ามโซ่ตรวน ที่อยู่ในตัวเราทุกขุมขน

เครื่องผูกมัดร้อยรัด ล่ามโซ่ตรวน ที่อยู่ในตัวเราทุกขุมขน

สังโยชน์ ๑๐ แปลว่า เครื่องผูกมัดร้อยรัด เครื่องล่าม

....เหมือนกับโซ่ หรือตรวน หรือขื่อ หรือคา   

    มันคือ ....‎อนุสัยกิเลส ที่นอนเนื่องอยู่ในตัวเรา

    ทุกขุมขน  ทุกเซลล์ในร่างกายของเรา

    “สังโยชน์ ๑๐ เป็นตัวข้อมูลสร้างทุกข์  แล้วมาปั้นเป็นตัวเรา”

....แต่การปั้นนั้น... มันปั้นให้ตัวมันมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

....เมื่อมันปั้นแล้ว มันเปิด #‎เสรีนิดหน่อย....

   * มีตาจะดูอะไร? ก็ดูนะ...

   * มีหูจะฟังอะไร? ก็ได้นะ...

    มันหลอกล่อ... ให้เราตายใจ...

....ก็ทำให้เราพูดว่า... ฉันมีอิสระนะฉันอยากไปไหนก็ได้

    จะทำอะไร?  ก็ได้ จะกิน จะนอน จะด่าใครก็ได้

....นั้นคือเป็นอิสระอย่างผิวเผิน ...ดูแล้วเหมือนของจริง

    แต่เป็นอิสระปลอม ๆ

....ท่านจะกินอะไร? ....จะทำอะไร? ....ท่านคิดได้

    แต่การกระทำนั้น ....เอา‎ข้อมูลมาทำ 

    สั่งให้ใจคิดก่อน ...ใจก็สั่งปากพูด ...สั่งร่างกายทำ

    ‎ร่างกายจะไม่ขยับเขยื้อนเลย ...ถ้าใจไม่สั่ง

    และใจจะไม่ขยับเขยื้อนเลย ...ถ้าข้อมูลไม่ให้คิด

แต่ทุกวันนี้ พากันไปฝึกที่ใจ มันไม่พอ.... 

    #‎ต้องเติมข้อมูล 

    #‎ต้องสอนข้อมูล 

    #‎ต้องเจริญข้อมูล.... “ไม่ใช่เจริญสติ”

เพราะการที่เราจะทำอะไร? ...ใจต้องคิดก่อน

    ถ้าไม่คิดก่อนจะทำอะไรไม่ได้ ...เป็นความคิดเลื่อนลอย

    ความคิดที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

    ความคิดที่เป็นการ "กระทำ" ...จะต้องมีข้อมูลรองรับ

    ความคิดครั้งแรกเลื่อนลอย ...เพราะไม่มีข้อมูลรองรับ

แต่‎การกระทำของเรามีข้อมูลรองรับ 

    แปลในปัจจุบันคือ ...‎ความคิดที่ไม่มีเจตนา 

    เป็น‎ความคิดเป็นจินตนาการเลื่อนลอย

....แต่ความคิดที่ #‎เป็นการกระทำเรียกว่า  ความคิดมีเจตนา

    ความคิดครั้งแรก เป็นความคิดที่เลื่อนลอยเป็นจินตนาการ

....ฉะนั้นเราก็มีจินตนาการ ....ทุกคนมีจินตนาการ

    แต่จินตนาการลงความเห็นว่า ....#‎หนีทุกข์ไปหาสุขทั้งนั้น 

....ไม่ว่าจินตนาการระดับไหน? ....เมื่อไร?  

    #‎เพราะจินตนาการเกิดจาก ....จิตใต้สำนึกของท่าน

    ที่ต้องการหนีออกจากข้อมูลนี้ (หนีทุกข์ไปหาสุข)

    มันจึงเป็นจินตนาการ ....ไม่มีข้อมูลรองรับ

    เรียกว่า #‎ความคิดไม่มีเจตนา

แต่การ "กระทำ" ของเรา มีความคิดเป็นเจตนาเพราะมันมีข้อมูลรองรับ

    ที่มันเลื่อนลอยนี้  เพราะไม่มีข้อมูลรองรับ ...เหมือนคนบ้า

    เพราะจินตนาการตลอด

อะไร คือจินตนาการ

    ‎ก็คือการหนีทุกข์ไปหาสุขตลอดทุกลมหายใจ


....ใจเรานี้อยากพัฒนาความคิด ไม่มีเจตนา

    ให้เป็นความคิด ....ที่มีเจตนาให้ได้

    แต่มันพัฒนาไม่ได้ เพราะไม่มีข้อมูลรองรับ

มันทำไม่ได้ มันเลยเป็นความคิดที่เป็น "ความหวัง"

    มาตลอด ....#‎หวังหนีทุกข์ไปหาสุขอยากได้ของดี ๆ

....จิตใต้สำนึกจึงเป็นจินตนาการ ถ้าไม่มีจิตใต้สำนึก

    จินตนาการไม่ได้ ....เป็นข้อมูลเดิม

    ความคิดที่มีเจตนาประกอบคือ "กรรม"

เลื่อนลอยอย่างไรก็เป็นการ ....หนีทุกข์ไปหาสุข เป็นพื้นฐาน

นี้คือความลับของท่าน....

    ที่ต้องการ ....‎หนีทุกข์ไปหาสุขคือนิพพาน....

Powered by MakeWebEasy.com