ทุกคนมีสัญญาความจำ เป็นนิสัยสันดาน เป็นของตัวเอง

ทุกคนมีสัญญาความจำ เป็นนิสัยสันดาน เป็นของตัวเอง

ทุกคนมีสัญญาความจำ หรือมีนิสัยสันดานเป็นของตัวเอง  อยู่ในตัวเรียบร้อยแล้ว

....นิสัยสันดาน พระพุทธเจ้าเรียกว่า “‪‎วิบาก”  คือ “กรรม”
    ภาษาปัจจุบันเรียกว่า ‪ “‎ข้อมูล”
....ทุกวันนี้ ...‎เราใส่แต่ข้อมูลสร้างทุกข์  #‎ไม่เคยใส่ข้อมูลสร้างสุขเลย
    ชีวิตแต่ละคนมีแต่ใส่ข้อมูลสร้างทุกข์... ให้กับตัวเอง
‪    ‎มันน่าใจหาย   เราอุตส่าห์เรียนตั้งแต่อนุบาล... ไปจนสูงสุด
    แทนที่จะรู้ ‪#‎วิธีสร้างสุขให้ตัวเอง

    กลายเป็นว่ามีแต่... ‪#‎วิธีสร้างทุกข์ให้ตัวเอง
    จบปริญญาโท ปริญญาเอก ได้เงินเดือนสูง ๆ แล้ว คิดว่าสุขแล้ว
    ไม่ใช่เลย! ....ยิ่งได้มาก ....ยิ่งทุกข์มาก
....ดร.ยังฆ่าตัวตาย  ‎เพราะเขาเรียนข้อมูลสร้างทุกข์
    ไม่ได้เรียนข้อมูลสร้างสุขดับทุกข์  ที่จะแก้ไขปัญหาชีวิตของเขาได้

ปัญหาชีวิตเรามี ๒ อย่างคือ

...ปัญหาชีวิตทางโลก

...ปัญหาทางธรรม

....ปัญหาทางกาย  ข้อมูลที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัยพอ  ‪‎แก้ได้

    แต่ปัญหาทางใจ  ข้อมูลที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัย ‪ แก้ไม่ได้
‪    พอ “อกหัก”  เท่านั้นล่ะ... จะปริญญาไหนก็แก้ไม่ได้ทั้งนั้น
    เพราะเป็น... ‪#‎ปัญหาทางใจ 

**ชีวิตคนเรานี้จึงเป็นชีวิต  ที่น่าศึกษาเรียนรู้

    ว่าฉันเป็นใคร? ....ชีวิตคืออะไร?
    เป้าหมายชีวิตคืออะไร? ....เราตอบไม่ได้!!
....คนเป็น พ่อเป็นแม่ ....ถูกลูกถามอย่างนี้ก็ตอบไม่ได้?

    เพราะไม่ได้เรียน....
‪‎เรื่องชีวิตเป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าศาสดาเอกเป็นผู้สอน
    ไม่ใช่ศาสตราจารย์สอน....

    และวันเวลาก็ไม่คอยใครนะ
    วันเวลา ลดน้อย ถอยลงไป  ไหลเลื่อนไปสู่ความตายทุกวัน ทุกลมหายใจ
‪‎พระพุทธเจ้าว่าเราควรเร่งเพียรฝึกฝนตนเอง ตามให้ทัน
    การกระทบสัมผัสที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพื่อดับทุกข์ที่มันเกิด
    เหมือนเม็ดมะม่วงกำลังจะงอก ทางตา  เราก็บี้ทิ้ง..../
    งอกทางหู บี้ทิ้ง..../งอกทางจมูก บี้ทิ้ง..../งอกทางลิ้น บี้ทิ้ง..../
    งอกทางกาย บี้ทิ้ง..../งอกทางใจ บี้ทิ้ง.... 
    มันก็ไม่เกิดเป็นต้นต่อขึ้นมาได้..../ถ้าเราไม่บี้ทิ้ง บาปอกุศล คือ
    ความพอใจ ไม่พอใจ ....มันก็เข้าไปแทนที่โดยอัตโนมัติ
    ที่ว่าการบี้ทิ้ง ....‪#‎คือการท่องไม่เที่ยงเกิดดับ
....จึงเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตที่ต้องศึกษาเรียนรู้พระธรรม
    เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้า  เกิดจากการตรัสรู้

    ไม่ใช่ความคิดเห็นของใครใด ๆ ทั้งสิ้น....
....วิทยาศาสตร์ทุกสาขาพิสูจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้ 
    เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่อง ‪....#‎นามธรรม#
    ความคิดเราตรวจสอบไม่ได้ ...พิสูจน์ไม่ได้ ...ตรวจวัดไม่ได้
    แล้วจะทำอย่างไรล่ะ... ในเมื่อทุกคนมีปัญหา
....ปัญหาคือ เราใส่ข้อมูลผิด....

    เมื่อใส่ข้อมูลลบ ...มันก็คิดลบ  พูดลบ ทำลบมาตลอด
    ไม่เคยมองตัวฉันเป็นใคร ...รู้แต่กิน นอน สืบพันธุ์
....หนีทุกข์คือ การไปหาสุขชั่วคราว จะเรียนสูง ไม่สูง
‪    ก็มีสภาวะจิตเหมือนกัน

    จะทำอะไร? ....ก็ใช้ความพอใจ ไม่พอใจตัดสิน

    เราจึงต้องใส่ข้อมูลถูกต้องลงไป  ข้อมูลถูกต้องคืออะไร?
    คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้...
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร?
    ตรัสรู้กฎธรรมชาติ ๒ กฎ คือ

    #‎กฎไตรลักษณ์  และ ‪#‎อิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท    

สรุปว่า‪ “ไม่เที่ยงเกิดดับ”

    หรือ “ใหม่ เก่า แตกสลาย   หนุ่ม แก่ ตาย”

....นี่คือพระธรรมคำสอนพระพุทธเจ้า....

Powered by MakeWebEasy.com